5 ดาวเตะ โกยเงินค่าเหนื่อยมากที่สุด ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แม้จะได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าเมื่อตอนที่ค้าแข้งกับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน เกือบหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว แต่เพื่อโอกาสที่จะได้โชว์ฝีเท้าในเกมฟาดแข้งระดับชั้นนำของทวีปยุโรปต่อไป

ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าตัดสินใจย้ายซบ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส แบบที่ยอมรับเงินค่าจ้างน้อยกว่าตอนที่ได้รับจากทีมต้นสังกัดเก่าเกือบครึ่งหนึ่งเลยด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของอายุอานามที่อยู่ในช่วงบั้นปลายของอาชีพนักฟุตบอลด้วยวัยสูงถึง 34 ปีแล้วด้วย แต่ยังคงเป็นตัวเลขที่สูงในลำดับต้นๆ ของโลกลูกหนังอยู่ดี

ก่อนหน้านี้ เมสซี่ ได้แสดงทีท่าว่าพร้อมต่อสัญญาใหม่กับ บาร์ซ่า แม้จะได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัวเลยก็ตาม โดยสัญญาฉบับเดิมได้รับค่าแรงเป็นสถิติแพงที่สุดโลกสูงถึงสัปดาห์ละ 2.1 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ในสัญญาฉบับใหม่จะได้รับลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1.13 ล้านปอนด์ เพราะว่าอยากจะอยู่ค้าแข้งกับสโมสรที่เคยอยู่รับใช้มานานถึง 17 ปีเลยทีเดียว แต่สุดท้าย “เจ้าบุญทุ่ม” กลับมีปัญหาเรื่องของเงินๆ ทองๆ จากภาวะหนี้สินที่ไม่สามารถเคลียร์ได้สำเร็จ จึงต้องยอมแยกทางกับ เมสซี่ ซึ่งหมดสัญญาไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และต้องยอมปล่อยให้ย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปเลย

ทั้งนี้ เมสซี่ ได้เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ “เปแอสเช” เป็นเวลา 2 ปี และมีเงื่อนไขขยายสัญญาเพิ่มได้อีกหนึ่งปีด้วย โดยจะได้รับเงินค่าเหนื่อยจากทีมต้นสังกัดใหม่สัปดาห์ละ 620,000 ปอนด์ แม้จะตัวเลขที่น้อยกว่าในสัญญาใหม่ที่เกือบจะได้เซ็นกับ บาร์เซโลน่า เกือบหนึ่งเท่าตัวเลยด้วย แต่ดาวเตะวัย 34 ปีได้ขึ้นแท่นเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ได้รับค่าจ้างมากที่สุดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปเลย ลองไปดูกันว่า 5 อันดับแข้งดังที่ได้รับค่าแรงมากที่สุดของทีมมหาเศรษฐีของวงการลูกหนังเมืองน้ำหอมมีใครติดโผกันบ้าง

1. ลิโอเนล เมสซี่

เริ่มต้นกันด้วย ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งรั้งอันดับ 1 เพราะได้รับค่าเหนื่อยจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สัปดาห์ละ 620,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นวันละ 88,000 ปอนด์ แต่ถ้าคิดเป็นต่อชั่วโมงก็จะได้อยู่ที่จำนวน 7,352 ปอนด์ และถ้าหากคิดแยกย่อยลงไปเป็นต่อหนึ่งนาทีจะอยู่ที่จำนวน 122 ปอนด์นั่นเอง

2. เนย์มาร์

ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล แม้จะหล่นจากอันดับ 1 เสียแล้ว แต่ยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลที่มีตัวแพงที่สุดในโลก เมื่อตอนที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 198 ล้านปอนด์ โดยตอนนี้ยังคงได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 490,000 ปอนด์

3. คีลิยัน เอ็มบัปเป้

ไปต่อกันที่อันดับ 3 นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส โดยได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 310,000 ปอนด์ และมีโอกาสขยับตัวเลขให้สูงขึ้นไปอีกได้เหมือนกัน หากมีการขอเพิ่มในช่วงของการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ เพราะสัญญาปัจจุบันใกล้จะหมดอายุในช่วงปีหน้าแล้วนั่นเอง

4. มาร์ควินญอส

ขณะที่อันดับ 4 เป็นของ มาร์ควินญอส กองหลังทีมชาติบราซิล ซึ่งได้สวมบทปลอกแขนเป็นกัปตันทีมมาตั้งแต่เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน โดยได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 250,000 ปอนด์ และยังคงมีสัญญาค้าแข้งจนถึงปี 2024

5. อังเคล ดิ มาเรีย-มาร์โก แวร์รัตติ

ปิดท้ายด้วยอันดับ 5 เป็นของแข้งดังถึง 2 ราย นั่นก็คือ อังเคล ดิ มาเรีย กองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า กับ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี โดยทั้งคู่ได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 235,000 ปอนด์เท่ากันพอดี

นี่คือ 5 อันดับนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดย ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะผู้มาใหม่ได้ขึ้นแท่นเป็น “เบอร์หนึ่ง” ไปเลย

หรูหราสมหน้า! ส่องเจ็ตส่วนตัวสุดยอดเยี่ยมของ “เมสซี” ราคา 550 ล้านบาท

พาไปส่องเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสุดหรูราคา 12 ล้านปอนด์ของ ลิโอเนล เมสซี ที่มาพร้อมชื่อครอบครัวบนขั้นบันได, เลข 10 ที่ส่วนหาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม

เมสซี และก็ครอบครัวใช้เครื่องบินลำนี้บินจากบาร์เซโลนามายังปารีส เพื่อเปิดตัวเป็นนักฟุตบอลใหม่ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อวันอังคารที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา

เจ็ตลำนี้ถูกทำขึ้นโดยบริษัทในประเทศอาร์เจนตินา และก็ถูกดีไซน์มาเพื่อเมสซี่และก็ครอบครัวโดยยิ่งไปกว่านั้น มีการสกรีนเลข 10 ที่บริเวณหาง ส่วนขั้นบันไดมีชื่อ ลีโอ, เมีย อันโทเนลา และก็ ลูกชาย 3 คนอย่าง ติเตียนอาโก, มาเตโอ และก็ ชิโร

สำหรับเครื่องบินส่วนตัวลำดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นรุ่น Gulfstream V มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สมราคา 12 ล้านปอนด์ หรือราว 550 ล้านบาท สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 16 ที่นั่ง แถมยังสามารถพับที่นั่งแล้วแปลงให้เป็นที่พักผ่อนได้ถึง 8 เตียง พิเศษนอกเหนือจากนี้เมื่อมันมีทั้งยังห้องครัว และก็ห้องอาบน้ำอีก 2 ห้อง

ทั้งนี้ เมสซี ย้ายมาอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบไม่มีค่าตัว โดยคาดว่าจะได้ค่าตอบแทน 35 ล้านยูโร หรือราว 1,370 ล้านบาท ภายใต้ระยะข้อตกลง 2 ปี พร้อมออปชั่นขยายข้อตกลงได้อีก 1 ปี

สำรวจตลาดราคาไข่ไก่พุ่งสูง เหตุจากพิษโควิด จังหวัดสีแดงเข้มรับผลกระทบจากการขนส่ง

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายไข่ไก่  ภายในตลาดสุรนารี ตลาดย่าโม  และห้างแม็คโคร สาขาหัวทะเล พบว่า ภาวะราคาจำหน่ายปลีกมีการปรับตัวสูงขึ้น แผงละ 10-20 บาท ต่อแผง

สาเหตุมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ฟาร์มผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่ส่งไข่ไก่มาจากพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราส่งไข่ไก่ได้น้อยกว่าเดิมประมาณร้อยละ 20-30 เปอร์เซ็นต์  แต่ยังคงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ผลผลิตออกน้อย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนไม่เอื้ออำนวยต่อการออกไข่  ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อโดยซื้อปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการออกมาสถานที่เสี่ยง  และในช่วงต้นเดือนที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนก็จะเลือกซื้อสินค้าไข่ไก่มากกว่าปกติ

ประกอบในช่วงแรกที่มีการประกาศให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทำให้การขนส่งไม่คล่องตัว เนื่องจากพนักงานขับรถเมื่อไปสถานที่เสี่ยงและกลับจากส่งสินค้าแล้วจะมีมาตรการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ แต่ปัจจุบันได้มีการผ่อนคลายมาตรการโดยสามารถใช้ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองได้ จึงทำให้การขนส่งสะดวกขึ้น

นายศารุมภ์  โหม่งสูงเนิน  พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า  การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ประกอบการ มีการกักตุนไข่ไก่ รวมทั้งมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาไข่ไก่เอาเปรียบประชาชนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าผู้ประกอบการกระทำผิด ซึ่งผู้ประกอบการเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีผู้

ประกอบการรายใดฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุนสินค้า  ก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับราคาจำหน่ายปลีกไข่ไก่ ณ ปัจจุบัน มีดังนี้  เบอร์ 0  ราคา 110-120  บาท/แผง  เบอร์ 1 ราคา 108-110  บาท/แผง   เบอร์ 2

ราคา 102-109  บาท/แผง   เบอร์ 3 ราคา 99-106 บาท/แผง   เบอร์ 4 ราคา 93-97 บาท/แผง   ทั้งนี้ หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาโทรสายด่วน 1569

 

เกิน 2 หมื่นอีกวัน! โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 21,038 ราย เสียชีวิตอีก 207 ราย

วันนี้ (11 ส.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 21,038 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 20,865 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 173 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 788,126 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 816,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 207 ราย เสียชีวิตสะสม 6,774 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย
หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 572,726 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 210,042 ราย

รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 21,038 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 16,464 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 19 ราย

รายละเอียดผู้เสียชีวิต ทั้ง 207 ราย มีดังนี้

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 สิงหาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 21,717,954 โดส

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน

  • เข็มที่ 1 : 364,685 ราย
  • เข็มที่ 2 : 125,685 ราย
  • เข็มที่ 3 : 56,474 ราย

อดีตกาลผู้บังคับการกองปราบฯ ลั่น รับมิได้มองเห็นคลิป คฝ.กระทืบสามัญชนมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา หลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานผลิออกอีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับโดยทันที “อเกวโร่” เจ็บจะต้องพักยาว 3 เดือน

บาร์เซโลน่า ชมรมยักษ์ใหญ่แห่ง ลาลีกา สเปน ต้องเจอกับข่าวร้ายต่อเนื่องปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ แนวรุกกลุ่มชาติอาร์เจนติน่า ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บดังในโลกลูกหนัง

โดย ตัวรุกฟ้าขาววัย 33 ปี พึ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก่อนเปิดฉากสนามในเกมฝึกซ้อมเจอกับ ยูเวนเหม็นตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งเบื้องต้นกลุ่มคาดว่าควรต้องใช้เวลาพัก 3-4 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีผลสแกนจากกลุ่มแพทย์เผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นรอบๆน่อง ซึ่งต้องใช้เวลาสำหรับในการรักษานานถึง 3 เดือน (โดยประมาณ 10 สัปดาห์) นั่นเท่ากับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงสนามช่วยกลุ่มได้ต้องคอยถึงช่วงพ.ย. อย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในช่วงก่อนถึงพ.ย. โดยจะมีทั้งเกมที่ต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในฤดูกาลนี้กลุ่มยังต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกกัปตันกลุ่มคนเก่งหลังประสบเจอกับปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนักไม่สามารถที่จะต่อสัญญากับแข้งสำคัญได้ถึงแม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าจ้างลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากนั้นก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมฟุตบอลเผยว่า “มันแย่ที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ก่อนหน้าที่ผ่านมา เขาฝึกซ้อมได้ดี แล้วก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มที่จะก้าวไปด้านหน้าไปกับพวกเรา”

คนสวยได้เฮ! ปีทองคำของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองคำโอลิมปิก

ถือเป็นปีทองคำของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนิ่มกลุ่มชาติแคนาดา

เมื่อปัจจุบัน แผงหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับกลุ่มชาติฟุตบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดลูกโทษเหนือ กลุ่มชาติสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดใกล้เคียง 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งจะคว้าชัยชนะฟุตบอลลีกหญิงของฝรั่งเศสกับสังกัดเดิมอย่าง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จใน 2 รายการใหญ่ด้านในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา เชื่อว่าแฟนกีฬาฟุตบอลหลายๆคนบางทีก็อาจจะเพียงพอรู้จักคุณ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวขอบเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีกลุ่มชาติแคนาดา กล่าวได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ และ ฮุยเทมา คบค้าสมาคมกัน ทั้งคู่ถือเป็นคู่รักนักฟุตบอลระดับการปรากฏของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคสังเวย” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคสังเวย กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมเจอหน้าสหายๆในทีม คอยประเมินว่ากลับมาลงสนามได้หรือไม่

คริสเตียน อิริคสังเวย เดินทางกลับมาเจอหน้าสหายๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้หรือไม่

อินเตอร์ มิลาน คำแถลงยืนยันการกลับมาของ เอริคสังเวย สู่ชมรมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมเจอ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมิถุนายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่ชมรม แม้กระนั้น ภายหลังจากนี้นักเตะจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำแถลงจากชมรมกำหนด “อิริคสังเวย ที่ทักทายกุนซือ ผู้ฝึกสอน สหายร่วมทีมแล้วก็สตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีแล้วก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ยอดเยี่ยม”

“อิริคสังเวย จะกระทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายดังที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะคอยประสานงานการดูแลรักษาที่จะตามมาแล้วก็จะคอยแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคสังเวย อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี ถ้าหากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจภายในร่างกาย ด้วยเหตุว่ากฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักเตะที่มีอุปกรณ์ดังกล่าวในตัวลงสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบพระคุณ

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคสังเวย” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคสังเวย กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมเจอหน้าสหายๆในทีม คอยประเมินว่ากลับมาลงสนามได้หรือไม่

คริสเตียน อิริคสังเวย เดินทางกลับมาเจอหน้าสหายๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้หรือไม่

อินเตอร์ มิลาน คำแถลงยืนยันการกลับมาของ เอริคสังเวย สู่ชมรมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมเจอ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมิถุนายนก่อนหน้าที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่ชมรม แม้กระนั้น ภายหลังจากนี้นักเตะจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำแถลงจากชมรมกำหนด “อิริคสังเวย ที่ทักทายกุนซือ ผู้ฝึกสอน สหายร่วมทีมแล้วก็สตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีแล้วก็สภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ยอดเยี่ยม”

“อิริคสังเวย จะกระทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายดังที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะคอยประสานงานการดูแลรักษาที่จะตามมาแล้วก็จะคอยแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีแถลงการณ์ว่า ในกรณีของ เอริคสังเวย อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี ถ้าหากมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจภายในร่างกาย ด้วยเหตุว่ากฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักเตะที่มีอุปกรณ์ดังกล่าวในตัวลงสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบพระคุณ